บีรอคคา® เพอร์ฟอร์มานซ์

บีรอคคา®
เพอร์ฟอร์มานซ์

ชื่อและความแรงของตัวยาสำคัญ

ใน 1 เม็ด ประกอบด้วย %RDI
วิตามินซี (กรดแอสคอร์บิก) 500 มิลลิกรัม 833.33
วิตามินบี1 (ไธอะมีน) 15 มิลลิกรัม 1000.00
วิตามินบี2 (ไรโบฟลาวิน) 15 มิลลิกรัม 882.35
วิตามินบี3 (นิโคตินามายด์) 50 มิลลิกรัม 250.00
วิตามินบี5 (กรดแพนโทธีนิก) 23 มิลลิกรัม 383.33
วิตามินบี6 (ไพริดอกซิน) 10 มิลลิกรัม 500.00
วิตามินบี12 (ไซยาโนโคบาลามิน) 10 ไมโครกรัม 500.00
ไบโอติน (วิตามิน เอช) 150 ไมโครกรัม 100.00
กรดโฟลิก 400 ไมโครกรัม 200.00
แคลเซียม 100 มิลลิกรัม 12.50
แมกนีเซียม 100 มิลลิกรัม 28.57
สังกะสี 10 มิลลิกรัม 66.66

ลักษณะของผลิตภัณฑ์

เม็ดฟู่กลิ่นส้ม: เม็ดฟู่ รูปกลมแบน สีส้มอ่อน มีจุดเล็กๆ สีส้ม ละลายน้ำได้สารละลายสีส้ม กลิ่นส้ม

เม็ดฟู่กลิ่นผลไม้: เม็ดฟู่ รูปกลมแบน สีแดงถึงสีชมพูเข้ม มีจุดเล็กๆ สีแดง ละลายน้ำได้สารละลายสีแดง กลิ่นผลไม้

เม็ดเคลือบฟิล์ม: เม็ดเคลือบฟิล์ม รูปยาว นูน ปลายมน สีส้มอ่อนถึงส้มออกเทา ผิวเรียบทั้งสองด้าน

เภสัชพลศาสตร์/เภสัชจลนศาสตร์

เภสัชพลศาสตร์/
เภสัชจลนศาสตร์

เภสัชพลศาสตร์ (Pharmacodynamics)

กลุ่มทางเภสัชวิทยาในการรักษา: วิตามินบีรวมพร้อมวิตามินซีและเกลือแร่

กลุ่มทางเภสัชวิทยาในการรักษา:
วิตามินบีรวมพร้อมวิตามินซีและเกลือแร่

ปริมาณวิตามินในยานี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้ในภาวะการขาดและภาวะความต้องการวิตามินที่เพิ่มขึ้น ระดับของวิตามินแต่ละตัวในสูตรตำรับจึงถูกพัฒนาขึ้นตามปริมาณที่แนะนำของสารอาหารที่ควรได้รับต่อวัน (RDAs) ไม่ได้ใช้เพื่อการรักษา ขนาดรับประทานต่อวัน ประกอบด้วย กรดแอสคอร์บิก 500 มิลลิกรัม ไธอะมีน 15 มิลลิกรัม ไรโบฟลาวิน 15 มิลลิกรัม นิโคตินามายด์ 50 มิลลิกรัม ไพริดอกซิน 10 มิลลิกรัม ไซยาโนโคบาลามิน 0.01 มิลลิกรัม กรดโฟลิก 0.4 มิลลิกรัม กรดแพนโทธีนิก 23 มิลลิกรัม และไบโอติน 0.15 มิลลิกรัม

เนื่องจากวิตามินดังกล่าวเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำจึงไม่สามารถถูกกักเก็บในร่างกายได้ ปริมาณจึงอาจไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ระหว่างตั้งครรภ์และระหว่างให้นมบุตร ในคนที่อยู่ระหว่างการจำกัดอาหาร มีโรคเรื้อรัง มีการออกกำลังกายอย่างหักโหม อยู่ในสภาวะเครียดเป็นเวลานาน และพิษสุราเรื้อรัง พบว่าความต้องการวิตามินซี (กรดแอสคอร์บิก) สูงขึ้นในผู้สูบบุหรี่และในผู้หญิงที่ใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด จึงจำเป็นจะต้องได้รับทุกวัน

วิตามินบีรวม เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาของเซลล์ในวงกว้าง เช่น การสร้างสารสื่อของระบบประสาท

วิตามินซี (กรดแอสคอร์บิก) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและมีความจำเป็นต่อการทำหน้าที่ของเอนไซม์หลายชนิดที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาไฮดรอกซีเลชันและการเผาผลาญโคเลสเตอรอล กรดน้ำดี และยาต่างๆ นอกจากนี้ วิตามินซี ยังเพิ่มการดูดซึมของธาตุเหล็กในลำไส้เล็ก สำคัญต่อการเผาผลาญกรดโฟลิกและการทำหน้าที่ของเม็ดเลือดขาว ส่งเสริมการสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน และจำเป็นต่อการสร้างและการทำหน้าที่ของกระดูก ฟัน และเส้นเลือดฝอย

แคลเซียม มีส่วนร่วมในกระบวนการทางสรีรวิทยาหลายชนิด ระบบเอนไซม์ และการส่งต่อของระบบประสาท มีส่วนในปฏิกิริยาเชิงซ้อนหลายชนิดร่วมกับแมกนีเซียมและวิตามินบี6

แมกนีเซียม เกี่ยวข้องกับหลายปฏิกิริยาในร่างกายรวมถึงการสลายโปรตีน การเผาผลาญไขมัน ปฏิกิริยาการหายใจและการสร้างพลังงานจากน้ำตาลที่สะสมในร่างกาย

สังกะสี เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาของเอนไซม์มากกว่า 200 ชนิดในร่างกาย เป็นส่วนประกอบทางธรรมชาติของโปรตีนหลายชนิด ฮอร์โมน โปรตีนของระบบประสาทและตัวรับฮอร์โมน
สังกะสีมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในการสังเคราะห์โคเอนไซม์ ซึ่งเปลี่ยนแปลงมาจากวิตามินบี6 (ไพริดอกซิน)

เภสัชจลนศาสตร์ (Pharmacokinetics)

สุขภาพที่ดีส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการได้รับและกระบวนการจัดการวิตามินและเกลือแร่ในร่างกาย วิตามินและเกลือแร่ที่รับประทานเข้าสู่ร่างกายจะผ่านกระบวนการการดูดซึม การกระจาย การเผาผลาญ และการขจัดออกจากร่างกายตามกลไกทางสรีรวิทยาที่เฉพาะเจาะจง เนื่องจากผลิตภัณฑ์นี้ละลายได้อย่างสมบูรณ์ในทางเดินอาหารจึงประกันได้ว่ามีค่าชีวประสิทธิผลที่ดี แม้ไม่มีการศึกษาที่เฉพาะเจาะจงกับผลิตภัณฑ์นี้ แต่คุณสมบัติทางเภสัชจลนศาสตร์ของแต่ละตัวยาสำคัญได้มีการตีพิมพ์อย่างกว้างขวาง

คุณสมบัติของวิตามินบีรวม วิตามินซี แคลเซียม แมกนีเซียม และสังกะสี

คุณสมบัติของ
วิตามินบีรวม
วิตามินซี แคลเซียม แมกนีเซียม และสังกะสี

วิตามินและเกลือแร่ เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เพื่อให้การทำงานของร่างกายเป็นไปตามปกติ แต่มนุษย์เราไม่สามารถสร้างวิตามินและเกลือแร่ขึ้นมาเองได้ จำเป็นต้องได้รับจากการรับประทานจากอาหารต่างๆ
บีรอคคา® เพอร์ฟอร์มานซ์ ประกอบด้วยวิตามินบีรวม ซึ่งเกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาของเซลล์ในระบบประสาท เช่น การสร้างสารสื่อของระบบประสาท และวิตามินซี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และจำเป็นต่อการทำหน้าที่ของเอนไซม์หลายชนิด ซึ่งเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ร่างกายไม่สามารถเก็บสะสมได้ จึงอาจไม่เพียงพอในผู้สูงอายุ ในคนที่อยู่ระหว่างการจำกัดอาหาร มีโรคเรื้อรัง มีการออกกำลังกายอย่างหักโหม อยู่ในสภาวะเครียดเป็นเวลานาน* ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป หรือพิษสุราเรื้อรัง เป็นต้น
นอกจากวิตามินบีรวมและวิตามินซีแล้ว บีรอคคา® เพอร์ฟอร์มานซ์ ยังมีธาตุอีก 3 ชนิดคือ แคลเซียม แมกนีเซียม และสังกะสี ซึ่งช่วยกระตุ้นการทำงานของวิตามินต่างๆ ให้ดีขึ้น ในระดับชีวเคมีและสรีระ

*USPDI

ข้อบ่งใช้

  • บำรุงร่างกาย และระบบประสาท
  • สำหรับผู้ที่อ่อนล้า อ่อนเพลีย ผู้ที่อยู่ในระหว่างพักฟื้น หรือหลังผ่าตัด
  • ใช้สำหรับรักษาอาการขาดวิตามินบีชนิดต่างๆ วิตามินซี และธาตุสังกะสี
  • สารให้ความหวาน (แอสพาร์แตม) ในบีรอคคา® เพอร์ฟอร์มานซ์ ชนิดเม็ดฟู่ สามารถใช้ในผู้ป่วยเบาหวาน

ขนาดยาที่แนะนำ

  • รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละครั้ง หลังอาหารเช้าหรือมื้ออื่นๆ
  • ไม่ควรรับประทานเกินขนาดยาที่กำหนดต่อวัน นอกจากแพทย์สั่ง
  • ไม่แนะนำในเด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปี เนื่องจากไม่มีข้อมูลความปลอดภัยและประสิทธิผลการรักษาในกลุ่มวัยนี้
  • หลังรับประทานยานี้ปัสสาวะอาจมีสีเหลือง เนื่องจากวิตามินบี2 ซึ่งเป็นส่วนประกอบของยานี้

วิธีการใช้ยา

ชนิดเม็ดฟู่ ละลาย 1 เม็ดของบีรอคคา® เพอร์ฟอร์มานซ์ในน้ำ 1 แก้ว (200 มิลลิลิตร) แล้วดื่ม
ชนิดเม็ดเคลือบฟิล์ม รับประทานบีรอคคา® เพอร์ฟอร์มานซ์ 1 เม็ด แล้วดื่มน้ำตาม

ข้อห้ามใช้

  • ห้ามใช้ในผู้ที่แพ้ยานี้ หรือส่วนประกอบของยานี้
  • ผู้มีภาวะการทำงานของไตบกพร่องรุนแรง (GFR น้อยกว่า 30 มิลลิลิตร/นาที) และผู้ที่ต้องได้รับการฟอกไต
  • ผู้มีภาวะนิ่วในไต หรือมีประวัติเป็นนิ่วในไต
  • ผู้มีภาวะออกซาเลทในปัสสาวะสูง
  • ผู้มีภาวะแคลเซียมในเลือดสูง
  • ผู้มีภาวะแคลเซียมในปัสสาวะสูงรุนแรง

คำเตือนและข้อควรระวัง

  • ห้ามรับประทานเกินขนาดที่กำหนด การได้รับยาเกินขนาดทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการไม่พึงประสงค์ ควรได้รับวิตามินและเกลือแร่จากแหล่งอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น อาหารที่มีประโยชน์อื่นๆ
  • ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยานี้ หากมีการใช้ผลิตภัณฑ์วิตามินเดี่ยวหรือวิตามินรวม ยาบางประเภท อยู่ระหว่างจำกัดอาหารหรือการดูแลของแพทย์
  • ควรเว้นช่วงการรับประทานห่างจากยาชนิดอื่นๆ ประมาณ 4 ชั่วโมง
  • ยานี้อาจมีผลทำให้ผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการเกิดความคลาดเคลื่อน จึงควรแจ้งแพทย์ให้ทราบล่วงหน้าก่อนการตรวจวัด
  • วิตามินซีในยานี้อาจทำให้ผลการวัดของชุดตรวจน้ำตาลในเลือดเกิดความคลาดเคลื่อน โปรดอ้างอิงตามคำแนะนำในเอกสารกำกับชุดการทดสอบดังกล่าว
  • วิตามินซีเพิ่มการดูดซึมของธาตุเหล็ก จึงควรระวังการใช้ในผู้ที่มีภาวะธาตุเหล็กเกิน และไม่ควรได้รับวิตามินซีเกิน 500 มิลลิกรัมต่อวัน
  • การได้รับวิตามินซีเกินขนาด (มากกว่า 3 กรัมในเด็กและมากกว่า 15 กรัมในผู้ใหญ่) ในผู้ที่มีภาวะบกพร่องเอนไซม์กลูโคส-6-ฟอสเฟต ดีไฮโดรจีเนส อาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตกได้
  • ยานี้มิได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรักษาภาวะการขาดวิตามินบี12 อันเนื่องมาจากการอักเสบของเยื่อบุกระเพาะอาหารชนิดที่เยื่อบุกระเพาะบางลง ความผิดปกติของลำไส้เล็กส่วนปลายหรือตับอ่อน การดูดซึมวิตามินบี12 ที่ผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร หรือความบกพร่องของปัจจัยในร่างกายอื่นๆ
  • เนื่องจากมีแอสพาร์แตมเป็นส่วนประกอบ จึงควรหลีกเลี่ยงยานี้ในผู้ที่มีภาวะฟีนิลคีโตนูเรีย
  • ในสูตรตำรับเม็ดฟู่ มีโซเดียมเป็นส่วนประกอบ จึงควรระมัดระวังการใช้ยานี้ในผู้ที่ควบคุมปริมาณโซเดียม

อันตรกิริยากับยาอื่นๆ

อันตรกิริยากับยาอื่นๆ ต่อตัวยาสำคัญในยานี้

ตัวยาสำคัญ ยาอื่นๆ ลักษณะที่พบ
วิตามินซี เดสเฟอรริออกซามีน วิตามินซีอาจเพิ่มความเป็นพิษของธาตุเหล็กในเนื้อเยื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหัวใจ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของหัวใจล้มเหลว
ไซโคลสปอรีน การให้สารต้านอนุมูลอิสระเสริมรวมถึงวิตามินซี อาจลดระดับของยาไซโคลสปอรีนในเลือดได้
ไดซัลฟิแรม การได้รับวิตามินซีเป็นเวลานานหรือในขนาดสูง อาจรบกวนประสิทธิภาพในการรักษาของไดซัลฟิแรม
วอร์ฟาริน การได้รับวิตามินซีในขนาดสูง อาจรบกวนประสิทธิภาพในการรักษาของวอร์ฟาริน
วิตามินบี6 ลีโวโดปา ไพริดอกซินเพิ่มเมตาบอลิซึมของลีโวโดปา ส่งผลให้ฤทธิ์ต้านอาการพาร์กินสันลดลง อย่างไรก็ตาม ไม่พบอันตรกิริยานี้ในสูตรยาผสมคาร์บิโดปากับลีโวโดปา
วิตามินบี12 คลอแรมเฟนิคอล คลอแรมเฟนิคอลอาจหน่วงเหนี่ยวหรือยับยั้งการตอบสนองของเรติคูโลไซต์ต่อวิตามินบี12 หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ควรมีการตรวจวัดจำนวนเม็ดเลือดอย่างใกล้ชิด
กรดโฟลิก เมโธทรีเซต การได้รับกรดโฟลิกเสริม อาจลดประสิทธิภาพในการรักษาของเมโธทรีเซตในการรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน และโดยทางทฤษฎี มีผลต่อประสิทธิภาพในการรักษามะเร็งชนิดอื่นๆ ด้วย
แคลเซียม ยาขับปัสสาวะ
กลุ่มไธอะไซด์
ยาขับปัสสาวะ กลุ่มไธอะไซด์ลดการขับออกของแคลเซียมทางปัสสาวะ เนื่องจากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของภาวะแคลเซียมในเลือดสูง จึงควรตรวจวัดระดับแคลเซียมในเลือดเป็นประจำในระหว่างการรักษาด้วยยานี้ร่วมกับยาขับปัสสาวะกลุ่มไธอะไซด์
แมกนีเซียมและสังกะสี ยาขับปัสสาวะ
กลุ่มกักเก็บโปแตสเซียม
การใช้ร่วมกันอาจทำให้ระดับของแมกนีเซียม และ/หรือ สังกะสีเพิ่มขึ้น
แคลเซียม แมกนีเซียมและสังกะสี ยาปฏิชีวนะ
กลุ่มเตตราไซคลิน
ธาตุประจุบวก เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม และ/หรือ สังกะสี สามารถจับเป็นสารเชิงซ้อนกับยาดังกล่าว ส่งผลให้การดูดซึมของยาทั้งสองชนิดลดลง จึงควรรับประทานยาทั้งสองชนิดห่างกัน 2 ชั่วโมงก่อน หรือ 4 ชั่วโมงหลังจากได้รับยาชนิดอื่นๆ จะช่วยลดอันตรกิริยาดังกล่าวได้
ยาปฏิชีวนะ
กลุ่มควิโนโลน
เพนนิซิลลามีน
ไบฟอสโฟเนต
ลีโวไธรอกซีน
เมธิลโดปา
ไมโคฟีโนเลท โมฟีติล
เอลทรอมโบแพก

อันตรกิริยากับอาหาร

วิตามินซี

ธาตุเหล็ก: วิตามินซีอาจเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีภาวะบกพร่องของธาตุเหล็ก ปริมาณธาตุเหล็กที่เพิ่มขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย อาจส่งผลที่แย่ลงต่อผู้ที่มีภาวะธาตุเหล็กเกินจากความผิดปกติทางพันธุกรรม

แคลเซียม แมกนีเซียมและสังกะสี

เนื่องจากกรดออกซาลิก (พบในผักโขมและโกฐน้ำเต้า) และกรดไฟติก (พบในธัญพืช) อาจยับยั้งการดูดซึมของแคลเซียม แมกนีเซียม และสังกะสี จึงไม่แนะนำให้รับประทานยานี้ภายใน 2 ชั่วโมงหลังมื้ออาหารที่มีส่วนประกอบของกรดออกซาลิกและกรดไฟติกปริมาณสูง

อันตรกิริยากับผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการ

วิตามินซี

เนื่องจากวิตามินซีเป็นตัวให้อิเลคตรอนที่แรง จึงอาจไปรบกวนผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการซึ่งเกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาออกซิเดชัน-รีดักชัน เช่น การวิเคราะห์กลูโคส ครีเอทินิน คาร์บามาซีปีน กรดยูริก และฟอสเฟตอนินทรีย์ในปัสสาวะ เลือด และอุจจาระที่มีเลือดปน การเลือกใช้วิธีทดสอบที่เฉพาะเจาะจง หรือการหยุดรับประทานวิตามินซีเสริม จะช่วยหลีกเลี่ยงผลที่อาจคลาดเคลื่อนนี้ได้ ทั้งนี้โปรดอ้างอิงข้อมูลจากผู้ผลิตเครื่องมือทดสอบดังกล่าวเพื่อประกอบการตัดสินใจ

วิตามินซีอาจไปรบกวนการวัดปริมาณกลูโคสในเลือดและปัสสาวะ ส่งผลให้การอ่านค่าการทดสอบผิดพลาดได้ แม้ว่าจะไม่ได้มีผลต่อระดับกลูโคสในเลือดเลยก็ตาม โปรดอ้างอิงตามคำแนะนำในเอกสารกำกับชุดการทดสอบดังกล่าวเพื่อประกอบการตัดสินใจ

วิตามินบี1 และวิตามินบี6

ยูโรบิลลิโนเจน: ไธอะมีน และ/หรือ ไพริดอกซิน เป็นสาเหตุของการเกิดผลบวกเทียมในการทดสอบกับสารละลายทดสอบเอหร์ลิชได้

สตรีมีครรภ์และสตรีระหว่างให้นมบุตร

สตรีมีครรภ์และสตรีระหว่างให้นมบุตร

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลการศึกษาในมนุษย์เพียงพอเพื่อประเมินความเสี่ยงของการรักษาในช่วงตั้งครรภ์หรือระหว่างให้นมบุตร จึงควรใช้ในประชากรกลุ่มนี้เมื่อมีข้อบ่งใช้ทางคลินิกและคำแนะนำจากแพทย์เท่านั้น
ไม่ควรรับประทานเกินขนาดที่ระบุบนฉลาก เพราะการได้รับยาเกินขนาดเป็นเวลานานอาจมีอันตรายต่อทารกในครรภ์และเด็กแรกเกิดได้

ควรระมัดระวังการใช้ในสตรีระหว่างการให้นมบุตร เนื่องจากวิตามินและเกลือแร่ถูกขับออกทางน้ำนมแม่ได้

การเจริญพันธุ์

ไม่พบหลักฐานว่าระดับปกติของวิตามินและเกลือแร่ในผลิตภัณฑ์นี้ จะก่อให้เกิดความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ในมนุษย์ได้

อาการไม่พึงประสงค์

อาการไม่พึงประสงค์ต่อไปนี้ได้จากการรายงานภายหลังการอนุมัติทะเบียนตำรับยา และเนื่องจากเป็นรายงานโดยสมัครใจ จึงไม่สามารถระบุประมาณความถี่ของการเกิดอาการได้อย่างชัดเจน

ความผิดปกติต่อระบบทางเดินอาหาร

ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน ปวดในช่องท้อง ท้องผูก

ความผิดปกติต่อระบบภูมิคุ้มกัน

ภูมิแพ้

ปฏิกิริยาภูมิไวเกินที่แสดงออกโดยผลทางคลินิกและห้องปฏิบัติการ ซึ่งรวมถึงภาวะหอบหืด การแพ้เล็กน้อยถึงปานกลางต่อผิวหนัง และ/หรือ ระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหาร และ/หรือ ระบบหัวใจและหลอดเลือด อาการดังกล่าวรวมถึงผื่น ลมพิษ บวม คัน ระบบหัวใจ-ทางเดินหายใจทำงานลำบาก ในกรณีที่รุนแรง พบมีรายงานของการช้อคจากการแพ้

ความผิดปกติต่อระบบประสาท

ปวดหัว เวียนศีรษะ นอนไม่หลับ อาจพบภาวะกระวนกระวาย

ความผิดปกติต่อไตและระบบขับถ่าย

ปัสสาวะมีสี: อาจพบปัสสาวะมีสีเหลืองเล็กน้อย เนื่องจากวิตามินบี2 ซึ่งเป็นส่วนประกอบของยานี้ โดยไม่มีอันตรายใดๆ

การได้รับยาเกินขนาดและวิธีการรักษา

ไม่พบหลักฐานของการได้รับยาเกินขนาด หากใช้ตามที่ระบุบนฉลาก
ควรได้รับการเสริมวิตามินและเกลือแร่จากแหล่งอื่นๆ ทดแทนร่วมด้วย
การแสดงออกโดยทั่วไปเมื่อได้รับยาเกินขนาด อาจพบอาการสับสน ไม่สบายท้อง เช่น ท้องผูก ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน ควรหยุดยาและปรึกษาแพทย์ หากเกิดอาการดังกล่าว
การได้รับยาเกินขนาดแบบเฉียบพลันหรือเรื้อรัง (ได้รับยามากถึง 10 เท่าของขนาดที่ระบุบนฉลาก) อาจก่อให้เกิดความเป็นพิษซึ่งสัมพันธ์กับวิตามินซี วิตามินบี6 หรือสังกะสี
อาการและการแสดงออกที่เฉพาะเจาะจงทางคลินิก ผลทางห้องปฏิบัติการ และผลจากการได้รับยาเกินขนาด มีความหลากหลายสูงขึ้นกับความไวของแต่ละบุคคล รวมถึงปัจจัยอื่นๆ
ควรหยุดยาและปรึกษาแพทย์ถึงแนวทางการรักษา หากสงสัยว่าได้รับยาเกินขนาด

สภาวะการเก็บรักษา

เก็บบีรอคคา® เพอร์ฟอร์มานซ์ ในแผง กล่อง หรือ หลอดที่ปิดฝาให้สนิท
เก็บที่อุณหภูมิไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส และเก็บให้พ้นมือเด็ก
ในชนิดเม็ดฟู่ จะบรรจุสารกันชื้นที่ฝาหลอดหรือแผง ห้ามเด็กเล่นกับบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้ว เพราะอาจกลืนกินสารกันชื้นได้

รูปแบบยาและขนาดบรรจุที่มีจำหน่าย

ชนิดเม็ดฟู่
บรรจุ 15 เม็ดในหลอดอลูมิเนียม ขนาดบรรจุกล่องละ 1 หลอด 2 หลอด และ 3 หลอด
บรรจุ 1 เม็ดในแผงโพลีเซลโลเนียม
ชนิดเม็ดเคลือบฟิล์ม บรรจุในแผงบลิสเตอร์ละ 10 เม็ด และบรรจุ 3 แผงในกล่องกระดาษ

ชื่อและที่อยู่ของผู้นำหรือสั่งยาแผนปัจจุบันเข้ามาในราชอาณาจักร

บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด
130/1 ถนนสาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
ชนิดเม็ดฟู่ ผลิตโดย พีที ไบเออร์ อินโดนีเซีย ดีปอก ประเทศอินโดนีเซีย
ชนิดเม็ดเคลือบฟิล์ม ผลิตโดย โรช ฟาร์มา เอส.เอ. ลีกาเนส ประเทศสเปน